สารพัดกู้เทคนิคการยืมเงิน

239 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สารพัดกู้เทคนิคการยืมเงิน

“เงิน” ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต รวมทั้งการทำธุรกิจด้วย ถือเป็นปัจจัยในการเริ่มต้น และขยายกิจการ มีเงินลงทุนเพียงพอ ย่อมทำให้กิจการที่สร้างไว้สามารถดำรงอยู่ได้ หรือขยายให้ใหญ่โตได้ตามแผนงานที่วางไว้ แต่เมื่อขาดสภาพคล่องทางการเงิน “การกู้” จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

หนังสือเล่มนี้ ถือเป็นคู่มือที่เสนอแนะเทคนิคขั้นตอนในการขอสินเชื่อ-การกู้ยืมเงินอย่างสัมฤทธิ์ผล พร้อมให้ความรู้เรื่องกฏหมายและตอบคำถามทุกปัญหาที่เกิดจากการกู้ สาระสำคัญข้อน่ารู้ของกฎหมายเรื่องการกู้เงิน การซื้อทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถยนต์ เมื่อมีปัญหาทางการเงินหรือถูกฟ้องล้มละลาย-ถูกยึดทรัพย์ จะมีทางออกทางแก้ไขอย่างไร เพื่อให้เราเป็นหนี้เงินกู้อย่างมีทางออก เป็นหนี้อย่างมีความสุข ผมขอยกตัวอย่างบทที่น่าสนใจจากหนังสือมาเป็นตัวอย่างครับ

เงินทุน แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ เงินทุนระยะสั้นและเงินทุนระยะยาว
หลายท่านคงสงสัยว่า ถ้าเราไปกู้เงินในวงเงินที่เราต้องการนั้นจะได้รับเงินอนุมัติหรือไม่ และธนาคารจะให้หลักเกณฑ์ใดในการอนุมัติ

เงินทุนระยะสั้น เป็นเงินทุนหมุนเวียนที่ใช้จ่ายในธุรกิจ ภายในระยะไม่เกิน 1 ปี ได้แก่ เงินสด หลักทรัพย์ที่มีความคล่องตัวสูง เช่น ตั๋วเงินระยะสั้น ตั๋วเงินคงคลัง ฯลฯ
เงินทุนระยะยาว เป็นเงินที่มีไว้เพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวร เมื่อต้องการสร้างกิจการหรือขยายกิจการ เช่น ที่ดิน อาคารสำนักงาน โรงงาน ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องจักร

ประเภทของสินเชื่อ แบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ
สินเชื่อระยะสั้น คือ อายุไม่เกิน 1 ปี ได้แก่ สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อการค้า
สินเชื่อระยะกลาง คือ อายุระหว่าง 1-5 ปี ได้แก่ การผ่อนส่งการซื้อสินค้า
สินเชื่อระยะยาว คือ อายุตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป ได้แก่ การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ใช้เงินเป็นจำนวนมาก เช่น บ้านที่ดิน รถยนต์

การกู้เงินเพื่อซื้อรถยนต์
ข้อคิดสำหรับผู้ที่จะซื้อรถยนต์ ปัจจุบันรถยนต์เป็นได้ทั้งสิ่งจำเป็นและสิ่งแสดงฐานะ หลายคนที่มีฐานะก็จะซื้อด้วยเงินสด ส่วนคนอีกส่วนหนึ่งก็ใช้วิธีการกู้ยืม ซึ่งถ้าพิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่าการซื้อรถยนต์นั้นจัดเป็นหนี้ที่ไม่ดี เพราะหลังจากที่เรานำรถยนต์ออกจากโชว์รูมหรือเต้นท์ ไม่มีเลยที่มูลค่ารถยนต์จะเพิ่มขึ้น มีแต่ลดลงเรื่อยๆ แต่ถ้าซื้อแล้วทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางลดลง ค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระ ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา น้อยกว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เดิมจ่ายอยู่ ที่สำคัญที่สุดของการเป็นหนี้ คือ เราต้องวิเคราะห์ปัญหาทางการเงินของเราได้เองและสามารถแก้ปัญหาอย่างมีสติ ต่างหากที่จะทำให้เราอยู่รอดจากปัญหาทางการเงินได้ ทางที่ดีถ้ายังไม่มีหนี้ก็อย่าสร้างหนี้ แต่เมื่อเป็นหนี้แล้วก็พยายามควบคุมหนี้ทุกอย่าง อย่าให้เกิน 50% ของรายได้ เพราะว่าในแต่ละเดือนเราทุกคนต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ หากสร้างหนี้มากมายแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิต

เมื่อเป็นหนี้แล้วควรที่จะรู้กฎหมายเกี่ยวกับการกู้ซื้อทรัพย์สิน
การกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือสัญญา แม้ว่าหนังสือสัญญาหาย ผู้ให้กู้ก็สามารถฟ้องเรียกเงินคืนได้โดยนำผู้เขียนและพยานในที่เซ็นต์สัญญาในการกู้ยืมมาสืบได้

เป็นหนี้บ้าน – รถยนต์จะทำอย่างไร
หลายคนมีความฝันอยากมีบ้านสักหลัง และเมื่อต้องการให้ความฝันเป็นความจริง แต่ว่าบ้านที่อยู่กลางใจเมืองก็มีราคาสูง ดังนั้นบ้านส่วนมากก็อยู่แถวชานเมืองเป็นส่วนใหญ่ ทำให้จากที่ต้องมีภาระการกู้เงินซื้อบ้านก็ต้องมีภาะการกู้ซื้อรถยนต์เพิ่มอีกเพื่อให้การใช้ชีวิตที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องมีภาระทั้ง 2 อย่าง จะมีวิธีการจัดการกับภาระหนี้อย่างไร

1. ปริมานเงินที่กู้ยืม ปกติการกู้ซื้อบ้านจะต้องกู้เงินในปริมาณที่สูงกว่าซื้อรถยนต์ ซึ่งขึ้นอยู่กับความจำเป็น
2. เงินกู้บ้านมีอัตราดอกเบี้ยจ่ายต่ำกว่าเงินกู้รถยนต์ ในกรณีกู้ยาว เนื่องจากบ้านมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต
3. เงินกู้บ้านมีระยะเวลาในการผ่อนชำระหนี้ยาวถึง 30 ปี แต่ในขณะที่รถยนต์มีระยะเวลาผ่อนเพียง 6 ปี เท่านั้น
4. อัตราดอกเบี้ยบ้านสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท/ปี ในขณะที่เงินกู้ซื้อรถยนต์ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
5. ชำระเงินกู้มากยิ่งลดเงินต้นได้มาก สำหรับเงินกู้ซื้อบ้าน แต่สำหรับรถยนต์ไม่ว่า คุณจะจ่ายมากเท่าไรดอกเบี้ยก็ยังคงที่

เช่น กู้เงินซื้อบ้าน 1 หลังในราคาหลังละ 1 ล้านบาท โดยผ่อนชำระเดือนละ 10,000 บาท ซึ่งเงินจำนวน 10,000 บาท เป็นดอกเบี้ย 8,000 บาท เป็นเงินต้น 2,000 บาท ทำให้เงินต้นของคุณลดลง 2,000 บาท ดอกเบี้ยที่คุณจะจ่ายในงวดต่อไปก็ลดลงเนื่องจากเงินต้นของคุณลดลง

หากคุณผ่อนรถยนต์ซึ่งใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ วิธีการก็คือนำเงินต้นทั้งจำนวนมาคำนวณดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายแล้วหารเฉลี่ยจำนวนงวดที่ต้องผ่อน ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะจ่ายคืนเงินงวดมากแค่ไหน เงินต้นของคุณก็ไม่ลดลง เช่น กู้เงินซื้อรถยนต์ 1 คัน ในราคาค้นละ 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 4% / ปี ระยะเวลาผ่อน 60 งวด ยอดดอกเบี้ยรวมเท่ากับ 100,000 บาท เท่ากับว่าต้องผ่อนชำระงวดละ 10,000 บาท เงินต้นบวกดอกเบี้ยเท่ากับ 600,000 บาท หาร 60 เดือน

ดังนั้นหากคุณมีภาระผ่อนบ้านควรที่จะเลือกผ่อนยาวดีกว่าเพราะในการผ่อนจ่ายในแต่ละเดือนจะได้ผ่อนน้อยๆ และสามารถผ่อนได้นานๆ ไม่ต้องเร่งรีบ และเหมาะสำหรับคนที่มีภาระค่าใช้จ่ายมาก แต่สำหรับคนที่มีความสามารถในการผ่อนชำระ อาจเลือกวิธการผ่อนสั้นเพื่อว่าหากมีการปรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็จะทำให้ต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น

สำหรับการผ่อนรถยนต์นั้นควรเลือกตามความสามารถในการผ่อนแต่ละเดือน หากสามารถผ่อนต่อเดือนได้มาก ก็จะสามารถชำระหนี้หมดได้เร็ว และช่วงที่เหมาะที่สุดคือ ระยะเวลา 24 เดือน ไม่ควรที่จะมากกว่านั้น

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ การมีหนี้ไม่ใช่สิ่งผิด แต่ถ้าหนี้นั้นเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ดังนั้นหากเราเป็นหนี้ ก็ควรที่จะทำงานหาเงินมาชำระหนี้ ไม่ใช่ไปหยิบยืมกู้หนี้ยืมสินมาชำระหนี้อีกทีนั่นคือวิธีการที่ผิด

Powered by MakeWebEasy.com